ข้อสอบปรนัย

1. เจตคติ(Atttitude)หมายถึงข้อใด?

ก. การรับรู้พฤติกรรมในการสื่อสาร

ข.การสร้างมนุษย์สัมพันธ์ในการแสดงออก

ค. ความรู้สึกของบุคคลทั้งทางบวกและทางลบ ที่มีต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

ง. การสร้างสถานการณ์ แสดงออกให้บุคคลยอมรับ

 

2. ข้อใดกล่าวถูกต้อง?

ก. เจตคติเปลี่ยนแปลงไม่ได้

ข.เจตคติเกิดจากความรู้สึกของบุคคลเฉพาะทางบวกเท่านั้น

ค. เจตคติเริ่มเกิดขึ้นครั้งแรกกับวัยรุ่น

ง. ไม่มีข้อถูก

 

3. เจตคติเกิดได้ ต้องมีองค์ประกอบ 3 ประการคือ?

ก.ด้านความคิด ด้านความรู้สึก ด้านพฤติกรรม

ข. ด้านความคิด ด้านความรู้สึก ด้านพันธุกรรม

ค. ด้านพันธุกรรม ด้านพฤติกรรม ด้านความรู้สึก

ง. ไม่มีข้อใดถูก

 

4. ข้อใดเป็นเจตคติจากการเลียนแบบ?

ก. ประสบการณ์ความรู้สึก                                  ข. อารมณ์และสิ่งแวดล้อม

ค.  เอาแบบอย่างจากพ่อแม่                                  ง. การรับรู้และสิ่งเร้า

 

5. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง?

ก. เจตคติเกิดจากการเรียนรู้                                   ข. เจตคติเป็นสิ่งที่ซับซ้อน

ค. เจตคติเกิดจากการเลียนแบบ                             ง. ไม่มีคำตอบ

 

6. จากคำกล่าวที่ส่า”เจตคติเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้”อะไรคือสาเหตุที่ทำให้เจตคติของบุคคลเปลี่ยนแปลงรวดเร็วที่สุด

ก.พฤติกรรม                                                        ข. ความรู้สึก

ค.ความคิด                                                           ง.ไม่มีข้อถูก

 

7. วิธีการที่ใช้วัดเจตคติของผู้เรียนที่เหมาะที่สุดคือข้อใด?

ก. การสอบถาม                                                   ข. การสังเกต

ค. การตรวจผลงาน                                              ง. ไม่มีข้อใดถูก

 

8. เจตคติ คือ ความพร้อม โน้มเอียง ที่แสดงออกว่าชอบไม่ชอบเป็นคำกล่าวของใคร?

ก. Hilgacd                                                         ข. .Anastasi

ค. Frederic                                                        ง. Good

 

9. ประสบการณ์ที่ทำไห้พฤติกรรมเปลี่ยนเรียกว่าอะไร?

ก. การระลึกได้                                                    ข. การทดสอบ

ค. การสอน                                                         ง. การเรียนรู้

 

10. ข้อใดหมายถึง เจตคติจากประสบการณ์รุนแรง?

ก. กฎระเบียบของโรงเรียน

ข.แม่ดุลูกที่ไม่ตั้งใจเรียน

ค. เขียวเล่นคอมพิวเตอร์

ง. แดงกินอาหารชนิดหนึ่ง และเกิดอาการแพ้อาหารอย่างรุนแรง

 

11. ข้อใดมีอิทธิพล ต่อการเกิดเจตคติ ต่อเด็กมากที่สุด?

ก.อิทธิพลจากสื่อมวลชน                                       ข. อิทธิพลจากการเลี้ยงดู

ค.อิทธิพลจากกลุ่มต่างๆกลุ่มในโรงเรียน                   ง. อิทธิพลจากประสบการณ์ตรง

 

12. ข้อใดกล่าวถูกต้องมากที่สุด?

ก. เจตคติของบุคคลเปลี่ยนแปลงได้เพียงครั้งเดียว

ข. เจตคติอาจเปลี่ยนแปลงได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเปลี่ยนได้ในเวลาอันรวดเร็ว

ค. เจตคติ เกิดขึ้นจากความต้องการขั้นพื้นฐาน

ง. เจตคติ เกิดขึ้นจากประสบการณ์เป็นอันดับแรก

 

13. เราสามารถรู้พฤติกรรมที่บุคคลนั้นแสดงออกมาได้อย่างไร?

ก. การสัมผัส                                                       ข. การซักถาม

ค. การสังเกต                                                      ง. การทดสอบ

14. เด็กเกิดเจตคติจากสื่อมวลชนข้อใดมากที่สุด?

ก. วิทยุ                                                              ข. หนังสือพิมพ์

ค. โทรทัศน์                                                       ง. นิตยสาร

 

15. การวัดเจตคติที่นิยมกัน ได้แก่ การวัดของใคร?

ก. Maslow                     ข. Likert                                    ค. Pavlova                     ง. Skinner

 

16. การวัดเจตคติโดยใช้ข้อความที่เกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง สอบถามความคิดเห็นของบุคคลที่มีต่อเรื่องนั้น

เป็นแนวคิดของใคร?

ก. Freud                        ข. Maslow                     ค. Likert                                    ง. Skinner

 

17. วิธีวัดเจตคติสามารถวัดได้จากพฤติกรรมใด?

ก. ทางตรงอย่างเดียว                                            ข. ทางอ้อมอย่างเดียว

ค. ทางตรงและทางอ้อม                                        ง. ทางบวกและทางลบ

18. วิธีการวัดเจตคติที่นิยมกันมาก คือข้อใด?

ก. การสำรวจ                                                      ข. การใช้มาตราส่วนประเมินค่า

ค. การวัดแบบไม่วุ่นวาย                                        ง. การใช้ Projective Technique

 

19. ข้อใดเป็นวิธีการวัดแบบสำรวจ?

ก. การหยั่งเสียงก่อนการเลือกตั้ง

ข. การใช้แบบทดสอบถามที่มีหัวข้อให้เลือก

ค. วิธีการทำจดหมาย โดยการจ่าหน้าซองถึงคนที่ต้องการจะวัด

ง. การวัดโดยการสร้างภาพเพ้อฝัน

 

20. การใช้Projictive tenicques เป็นการวัดแบบเจตคติของใคร?

ก. ทางตรง                      ข. ทางอ้อม                    ค. การสร้างภาพเพ้อฝัน                ง. การสำรวจ

 

21. Congruent Change หมายถึงข้อใด?

ก. การเปลี่ยนแปลงไปคนละทาง                             ข. การเปลี่ยนแปลงไปในทางเดียวกัน

ค. การเปลี่ยนแปลงไปในทางบวก                           ง. การเปลี่ยนแปลงไปในทางลบ

 

22. การเปลี่ยนแปลงเจตคติไปคนละทาง หมายถึงข้อใด?

ก. Congruent Change                                         ข. InCongruent Change

ค. Thematic Appcarance Test                            ง. Direct Experience

 

23. สมศักดิ์มีเคารพต่อครูประจำชั้น แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความรู้สึกที่เคยมีกลับลดลง ข้อความนี้สมศักดิ์มีเจตคติ

เปลี่ยนแปลงอย่างไร

ก. เปลี่ยนแปลงไปตามเวลา                                   ข. เปลี่ยนแปลงไปในทางเดียวกัน

ค. เปลี่ยนแปลงไปคนละทาง                                 ง. เปลี่ยนแปลงไปตามความรู้สึก

 

24. “ผมมีความรู้สึกชอบงานประเภทนี้อยู่แล้ว และเมื่อได้ทำก็จะยิ่งชอบมากขึ้น”ข้อความนี้เกิดเจตคติในด้านใด?

ก. เปลี่ยนแปลงไปในทางเดียวกัน                           ข. เปลี่ยนแปลงไปคนละทาง

ค.เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา                                ง. ไม่มีข้อใดถูก

 

25. ข้อใดกล่าวถูกต้อง?

ก. เจตคติทางบวกจะได้คะแนนมาก                         ข. เตคติทางลบจะได้คะแนนมาก

ค. เจตคติทางลบจะได้คะแนนน้อย                          ง. ข้อ ก. ข้อ ค. ถูก

 

26. ตามปกติของคนเรา เมื่อถูกวัดเจตคติตรงๆคำตอบที่ได้คือข้อใด?

ก. อาจเสี่ยงที่จะตอบตามตรง ตอบตามที่สังคมชอบมากกว่า

ข. อาจได้ข้อมูลตามตรง

ค. อาจได้ข้อมูลจากใจจริง

ง. อาจได้ข้อมูลใกล้เคียงความจริง

 

27. การเล่าเรื่องอธิบายภาพบางอย่างที่กำกวมสามารถบอกได้หลายแง่มุม เรียกว่าอะไร?

ก. การต่อเนื่องโดยความสัมพันธ์                         ข. การสร้างเพ้อฝัน

ค. การสำรวจประชามติ                                        ง. การหยั่งเสียงก่อนการเลือกตั้ง

 

28. บุคคลที่มีอิทธิพลต่อการสร้างเจตคติของเด็กมากที่สุดคือข้อใด?

ก. พ่อ แม่                                                           ข. ญาติสนิท

ค. เพื่อน                                                             ง. ครูและเพื่อน

 

29. อารมณ์ของบุคคล เกิดจากเจตคติในด้านใด?

ก. Behavioral Component                                   ข. Affective

ค. Congnitive Component                                   ง. Imitaiton

 

30. เด็กได้รับเจตคติจากการเรียนรู้ที่ใดเป็นลำดับแรก?

ก. บ้าน                                                              ข. โรงเรียน

ค. ครู                                                                 ง. เพื่อน

 

31. การวัดเจตคติจะต้องสอดคล้องกับข้อใดมากที่สุด?

ก. เนื้อหา                                                           ข. กิจกรรม

ค. จุดประสงค์                                                   ง. การตอบสนอง

 

32. เจตคติหมายถึงอะไร?

ก. ท่าที หรือความรู้สึกของบุคคลต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

ข. ความพร้อมที่จะแสดงออกในลักษณะใดลักษณะหนึ่ง

ค. ความพร้อม โน้มเอียงที่แสดงว่าชอบ หรือไม่ชอบต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

ง. ถูกทุกข้อ

 

33. ข้อใดกล่าวความหมายของวิชาชีพได้ถูกต้องที่สุด?

ก. สิ่ง หรือ เรื่องที่จำเป็นภารกิจต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใดเป็นคราวๆ

ข. ภารกิจที่ต้องทำเสมอ

ค. งานที่ทำเป็นประจำเพื่อเลี้ยงชีพ

ง. อาชีพที่ต้องใช้ความรู้ความชำนาญที่ได้รับฝึกฝน

 

34. คุณลักษณะของวิชาชีพสูง ต้องได้รับการฝึกอบรมมีระยะเวลาตาม้อใด?

ก. ไม่น้อยกว่า 1 ปี           ข. ไม่น้อยกว่า 2 ปี           ค. ไม่น้อยกว่า 3 ปี           ง. ไม่น้อยกว่า 4 ปี

 

35. ข้อใดเป็นคุณลักษณะของวิชาชีพชั้นสูง?

ก. มีจรรยาบรรณ                                                                  ข. มีสถาบันวิชาชีพ

ค. มีการให้บริการแก่สังคมเป็นเฉพาะเจาะจง                       ง. ถูกทุกข้อ

 

36. สถาบันวิชาชีพคู คือ ข้อใด?

ก. คุรุสภา

ข. สถาบันพัฒนาผู้บริหารการศึกษา

ค. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ง. สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

 

37. ครู ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตสถาน หมายความว่าอะไร?

ก. เคารพ                                                            ข. ผู้ควรแก่การเคารพ

ค. หนัก                                                              ง. ผู้สั่งสอนศิษย์

 

38. วินัย เป็นผู้ให้ความสนิทสนมแก่ศิษย์ เพื่อให้ศิษย์สบายใจและกล้าเข้าไปปรึกษาแสดงว่าครูวินัย ประพฤติตนเป็นครูที่ดีตาม ธรรมะกัลยาณมิตร ข้อใด?

ก. ปิโย                                                              ข. ครุ

ค. ภาวนีโย                                                        ง. วัตตา

 

39. ข้อใดแสดงว่าครูมีเจตคติที่ดีต่อวิชาชีพ?

ก. ครูสมชายใช้เวลาว่างเตรียมแผนการจัดการเรียนรู้

ข. ครูสะอาด ใช้เวลาตอนเย็นสอนคอมพิวเตอร์แก่ศิษย์ โดยรับค่าตอบแทนเพียงเดือนละ100บาทเท่านั้น

ค. ครูสมยศศึกษาต่อระดับปริญญาเอก เพื่อที่จะได้เปลี่ยนสถานที่ไปสอนในมหาวิทยาลัย

ง.  ถูกทุกข้อ

 

40. วิชาชีพครู กำหนดไว้ในกฎหมายใด?

ก. พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535

ข. พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546

ค. พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547

ง. ถูกทุกข้อ

 

41. อัตราค่าธรรมเนียมขอขั้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาจำนวนเท่าใด?

ก. 400 บาท                                                        ข. 500 บาท

ค. 600 บาท                                                        ง. 700 บาท

42. คณะกรรมการคุรุสภามีจำนวนเท่าใด?

ก. 15 คน                       ข. 19 คน                       ค. 29 คน                       ง. 39 คน

 

43. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพมีจำนวนเท่าใด?

ก. 15 คน                       ข. 17 คน                       ค. 23 คน                       ง. 39 คน

 

44. ประธานกรรมการมาตรฐานวิชาชีพคือใคร?

ก. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ค. รัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุรุสภา

ง. คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุรุสภา

 

45. ผู้มีหน้าที่ดูแลและรักษาทะเบียนผู้ได้รับอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาคือใคร?

ก. คณะกรรมการคุรุสภา

ข. สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา

ค. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ

ง. สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา

 

46. บุคคลที่จะได้รับบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูต้องมีอายุกี่ปี?

ก. ไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์                                     ข.ไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์

ค. ไม่ต่ำกว่า 21 ปีบริบูรณ์                                     ง. ไม่ต่ำกว่า 25 ปีบริบูรณ์

 

47. บุคคลที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องมีใบประกอบวิชาชีพครูในข้อใด?

ก. นักศึกษาฝึกสอน                                             ข. วิทยากรพิเศษ

ค. ผู้จัดการศึกษาตามอัธยาศัย                               ง. ถูกทุกข้อ

 

48. ตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาสังกัดกระทรวงศึกษาธิการตำแหน่งใดได้รับ การยกเว้นมีใบ

ประกอบวิชาชีพครู?

ก. อาจารย์                                                                ข. อธิการบดี

ค. เลขาธิการคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน           ง. ได้รับการยกเว้นทุกข้อ

 

49.ข้อใดไม่ใช่คุณสมบัติของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา?

ก. อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์                                     ข. มีวุฒิปริญญาทางการศึกษา

ค. ได้รับการฝึกฝนประสบการณ์มาไม่น้อยกว่า 1 ปี    ง. ไม่มีคำตอบ

 

50. ผู้ประสงค์ขอขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูให้ยื่นต่อผู้ใด?

ก.เลขาธิการคุรุสภา                                              ข. ผู้บริหารสถานศึกษา

ค. ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา        ง. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

 

51. ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพมีอายุใช้ได้กี่ปี

ก. 3 ปี                           ข. 5 ปี               ค. 10 ปี             ง. 15 ปี

 

52. กรณีที่ผู้ถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสามารถยื่นคำขอได้อีกเมื่อพ้นไปแล้วกี่ปี?

ก. 1 ปี                           ข. 2 ปี               ค. 5 ปี               ง. 7 ปี

 

53. ข้อใดไม่เป็นมาตรฐานวิชาชีพ?

ก. มาตรฐานการปฏิบัติตน                                     ข. มาตรฐานการปฏิบัติงาน

ค. มาตรฐานการปฏิบัติการสอน                             ง.มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ

 

54. หน้าที่ของครู คือ ?

ก. จัดประสบการณ์ให้นักเรียน                               ข. ปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมาย

ค. เป็นผู้นำชุมนุม เพื่อพัฒนาชุมชน                        ง. พัฒนาโรงเรียน

 

55. ใครมีหน้าที่ดูแลสวัสดิภาพนักเรียนเวลาก่อนเข้าเรียนพักกลางวันและเวลากลับบ้าน?

ก.  ครูเวร                                                           ข. ครูใหญ่

ค. ครูฝ่ายปกครอง                                             ง. ครูทกคน

 

56. ผู้มีหน้าที่เกี่ยวกับสมุดประจำชั้น สมุดประจำตัวนักเรียนมากที่สุดรองจกครูประจำชั้นคือ?

ก. ครูวิชาการ                                                      ข. ครูใหญ่

ค. ครูฝ่ายปกครอง                                               ง. ครูผู้สอนในชั้นนั้นๆ

 

57. ใครมีบทบาทต่อการเรียนการสอนมากที่สุดในโรงเรียน?

ก. นักเรียน                                                         ข. ครูวิชาการ

ค. ผู้อำนวยการสถานศึกษา                                ง. ครูผู้สอน

 

58. ท่านควรยึดหลักใดในการช่วยแหลือชุมชน?

ก. ช่วยให้เขาช่วยตัวเองได้                                     ข. ช่วยให้ความรู้แก่ชุมชน

ค. ช่วยพัฒนาคนในชุมชน                                     ง. ช่วยให้เศรษฐกิจของชุมชนดีขึ้น

 

59. ครูควรมีความรับผิดชอบต่อสิ่งใดมากที่สุด?

ก. โรงเรียน                                                        ข. นักเรียน

ค. ผู้ร่วมงาน                                                       ง. ชุมชน

 

60. แนวทางที่ทางโรงเรียนจะให้บริการชุมชน ทำได้อย่างไร?

ก. จัดตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่โรงเรียน                   ข. จัดโรงเรียนให้เป็นโรงเรียนชุมชน

ค. เปิดโรงเรียนศึกษาผู้ใหญ่                                   ง. จัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมอาชีพเคลื่อนที่

ใส่ความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s